อาหารโรคเก๊าท์

อาหารโรคเก๊าท์ Diet for gout อาหารสำหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์

เก๊าท์ คือ ชื่อของโรคข้ออักเสบชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสาเหตุจากการที่ร่างกายมีกรดยูริคสะสมอยู่มากตามข้อทำให้เกิดการอักเสบ กรดยูริคอาจตกตะกอนในไตหรือทางเดินปัสสาวะ ทำให้เป็นนิ่วหรือไตวายเรื้อรังได้ กรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรคเก๊าท์ด้วย ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่เป็นเก๊าท์จะเป็นในเพศชายมากกว่าเพศหญิง ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หรืออาจเกิดขึ้นในวัยใดก็ได้ ซึ่งเพศหญิงส่วนใหญ่จะปรากฏอาการของโรคหลังจากเข้าสู่วัยหมดประจำเดือนแล้ว อาหารโรคเก๊าท์

สาเหตุของโรค

1. กินอาหารที่มีสารพิวรีนมากหรือการกินอาหารที่มีไขมันมากเกินไป

2. ร่างกายมีการสังเคราะห์กรคยูริคมากขึ้นมักเกี่ยวกับกรรมพันธุ์และเพศ

3. การดื่มเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จะไปขัดขวางกระบวนการขับ กรดยูริคออกจากร่างกาย อีกทั้งยังไปเร่งปฏิกิริยาการสร้างกรดยูริคด้วย

4. ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเหล่านี้จะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเก๊าท์มากขึ้น ได้แก่ โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง ความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดแข็งผิดปกติ โรคไตวายเรื้อรัง เป็นต้น

5. เหตุอื่นๆ เช่น บาดเจ็บ การผ่าตัด ความเครียดมีผลทำให้กรดยูริคในเลือดสูง

6. ยาบางชนิด เช่น ยาลดความดันโลหิตสูง ยาแอสไพรินยาขับปัสสาวะบางชนิด ยารักษาโรคพาร์กินสัน ยากดภูมิคุ้มกันบางชนิด ทำให้กรดยูริคในเลือดสูงได้เช่นกัน

อาการของโรคจะมีอาการปวด บวม แดง ร้อนบริเวณข้อ พบมากบริเวณหัวแม่เท้า ข้อเท้า และตามข้อต่างๆ ของร่างกาย ได้ อาการปวดมักเป็นๆ หายๆ เรื้อรังในรายที่เป็นมานาน จนพบนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ จะมีอาการปวดเอว ปัสสาวะมีสีน้ำล้างเนื้อ ในบางรายที่เป็นนานจะมีปุ่มปมขึ้นบริเวณข้อศอกบริเวณใกล้ข้อต่างๆ หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

อาหารโรคเก๊าท์

การปฏิบัติตัว

1. รับประทานยาตามแพทย์สั่ง ซึ่งจะรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานานหรือจนกว่าจะไม่มีการตกตะกอนของกรคยูริค หากมีอาการท้องเดิน ปวดท้อง ควรรีบปรึกษาแพทย์

2. ดื่มน้ำสะอาดมากๆ เพื่อป้องกันการเกิดนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

3. งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ เพราะทำให้กรดยูริคถูกขับออกจากร่างกายไม่ได้เท่าที่ควรและยังทำให้ตับสร้างกรดยูริคมากขึ้น

4. งดอาหารจำพวกเครื่องในสัตว์ เพราะกรคยูริคเป็นส่วนหนึ่งของสารพิวรีนที่พบมากใน สมอง หัวใจ ตับ ไต ของสัตว์

5. รักษาหรือลดน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

6. มาพบแพทย์ตามนัดเพื่อติดตามอาการอย่างต่อเนื่อง

7. พยายามทำจิตใจให้ร่าเริง แจ่มใส ไม่เครียดต่องานจนเกินไป

อาหารกับโรคเก๊าท์

เนื่องจากกรดยูริค จะได้จากการเผาผลาญสารพิวรีนที่มีในอาหาร ดังนั้นในการรักษาโรคเก๊าท์จึงควรเลือกรับประทานอาหารที่มีสารพิวรีนในปริมาณที่น้อย และหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มที่มีปริมาณ สารพิวรีนสูง 

กลุ่มที่มีปริมาณพิวรีนน้อย

เลือกรับประทานอาหารกลุ่มนี้ได้ 4 ครั้ง/ สัปดาห์นม และผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ ขนมปังขาว ธัญพืช ผักกาดขาว กะหล่ำปลี ผลไม้ต่างๆ น้ำตาล วุ้น เนย ไขมัน เนยแข็ง 

กลุ่มที่มีปริมาณพิวรีนปานกลาง

เลือกรับประทานได้สัปดาห์ละครั้งเนื้อหมู ปลากระพงแดง ปลาหมึก ปู ถั่วลิสง ใบขี้เหล็ก สะตอ ข้าวโอ๊ต ผักโขม เมล็ดถั่วลันเตา หน่อไม้ ดอกกะหล่ำ 

กลุ่มที่มีปริมาณพิวรีนสูง

ผู้ป่วยในระยะที่โรคกำเริบเควรงดอย่างเด็ดขาดเนื้อไก่ หัวใจไก่ ปลาอินทรีย์ มันสมองวัว ตับไก่ กึ่นไก่ ปลาซาดีน ปลาไส้ตัน เซ่งจี๊หมู ตับหมู กุ้งชีแฮ้ หอย ไข่ปลา หัวใจ ตับอ่อน น้ำสลัดเนื้อ น้ำต้มกระดูก ซุปก้อน กระถิน ชะอม เห็ด ปลาดุก กะปิ ยีสต์ ถั่วแดง ถั่วเหลือง ถั่วเขียว

อาหารสําหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์

โรคเก๊าท์เป็นโรคทางกรรมพันธุ์เกิดจากความผิดปกติในการใช้สารพวกพิวรีน ทําให้เกิดสารยูริคสูงใน
เลือด และจะสะสมในข้อโดยเฉพาะข้อเล็กๆ เช่น ข้อนิ้วเท้า ข้อนิ้วมือ ทําให้เกิดอาการปวด บวม แดง ร้อน ในข้อ

การใช้ยารักษาโรคเกาท์จะช่วยทําให้อาการของโรคดีขึ้นและช่วยขับกรดยูริคออกจากร่างกาย แต่การทานอาหารที่
ถูกต้องจะช่วยบรรเทาให้อาการลดลง และไม่กําเริบบ่อย หลักในการจัดอาหารสําหรับผู้ป่วยโรคเก๊าท์มีดังนี้

1.ทานอาหารที่มีพิวรีนน้อยหรือไม่มีพิวรีน ได้แก่ นม ไข่ฯลฯ งดเว้นอาหารที่มีพิวรีนมาก เช่น เครื่องในสัตว์ปลา
ซาร์ดีน ฯลฯ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีพิวรีนปานกลาง เช่น สัตว์ปีก อาหารทะเล อาหารที่ปรุงไม่ควรใส่ผงชูรส หลีกเลี่ยง
อาหารทอด น้ําต้มเนื้อ เช่นก๊วยเตี๋ยวน้ํา

อาหารพิงรีนมาก (มากกว่า 15 มก./อาหาร 100 กรัม)

ตับอ่อน
ตับ
ไต
มันสมอง
ปลาแอนโชวี่
ปลาซาร์ดีน
น้ําต้มเนื้อ
น้ําเกรวี่หรือซุบไก่

อาหารพิวรีนปานกลาง (50 – 150 มก./อาหาร 100 กรัม)

เน้อสัตว์
สัตว์ปีก
ปลา
อาหารทะเล
ถั่วเมล็ดแห้ง
หน่อไม้ฝรั่ง
ผักโขม
ดอกกระหล่ํา
ข้าวไม่ขัดขาว

อาหารพิวรีนน้อย (0 – 15 มก./อาหาร 100 กรัม)

ผัก ผลไม้ทั่วไป
นม เนยเหลว เนยแข็ง
ไข่ทุกชนิด
ข้าวและขนมปัง
เจละติน
ผลไม้เปลือกแข็ง
ไขมันจากสัตว์และพืช
น้ําตาลและขนมหวาน

2.ในคนที่อ้วนควรลดน้ําหนัก โดยทานอาหารให้มีพลังงานต่ําประมาณวันละ 1,200 – 1,500 แคลอรี

3.ควรจํากัดอาหารที่มีไขมันสูง เพราะอาจกระตุ้นให้อาการกําเริบได้ควรงดเครื่องดื่มพวกโกโก ช็อคโกแลต ควรทาน
นมพร่องมันเนย

4.งดการดื่มสุรา ส่วนกาแฟอาจทานได้บ้างพอประมาณ

5.ควรทานผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็กสูง เพื่อทดแทนธาตุเหล็กที่ขาดเนื่องจากการงดทานเนื้อสัตว์

สนับสนุนโดย : EPICWIN , EPIC WIN , Joker , PGSLOT , PG SLOT