สรรพคุณของข่า ที่มาพร้อมกับความเผ็ดร้อน

สรรพคุณของข่า


ประโยชน์ และ สรรพคุณของข่า !

ข่า สมุนไพรรสชาติเผ็ดร้อนยอดนิยมประจำครัวไทย เพราะสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ช่วยเพิ่มรสชาติของอาหารให้จัดจ้าน หอมอร่อยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมี สรรพคุณของข่า ขึ้นชื่อในเรื่องของการรักษาโรค และมากไปด้วยคุณประโยชน์ต่อสุขภาพ 

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับข่า

ข่าจัดเป็นพืชล้มลุก มีเหง้าใต้ดิน ลักษณะเหง้าจะมีข้อหรือปล้องอย่างเห็นได้ชัด ใบของต้นข่าเป็นใบเดี่ยว เรียวใหญ่ ปลายแหลม และถือเป็นสมุนไพรและเครื่องเทศที่คนไทยนิยมนำมาใช้ปรุงอาหาร เนื่องด้วยเหตุผลหลายๆ อย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการปลูก ข่าปลูกง่าย ดูแลง่าย มีอายุยืนยาว แถมยังขุดมากินมาใช้ได้ตลอดปีอีกด้วย

เหง้าข่า หรือส่วนที่เรานำมากินกันนั้นมีรสเผ็ดปร่า และประกอบด้วยน้ำมันหอมระเหย ให้กลิ่นหอมฉุน จึงนิยมนำมาใช้ประกอบอาหารหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ ต้มแซ่บ น้ำพริก รวมทั้งนำมาทำเป็นส่วนประกอบของเครื่องแกงต่างๆ เพื่อเพิ่มรสชาติเผ็ดร้อนและความหอม นอกจากนี้คนไทยยังนิยมนำหน่อและดอกของข่ามาทำเป็นผักแกล้มน้ำพริกอีกด้วย ส่วนด้านคุณประโยชน์ในการรักษาโรคนั้นก็ไม่แพ้สมุนไพรอื่นๆ เพราะมักนำมาใช้เป็นยารักษาอาการเจ็บป่วยในแทบทุกระบบของร่างกาย

คุณค่าทางโภชนาการของข่า

ข่า 100 กรัม ให้คุณค่าทางโภชนาการดังนี้

  • พลังงาน 20 กิโลแคลอรี่
  • กากใยอาหาร 1.1 กรัม
  • แคลเซียม 5 มิลลิกรัม
  • ฟอสฟอรัส 27 มิลลิกรัม
  • ธาตุเหล็ก 0.1 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 1 0.13 มิลลิกรัม
  • วิตามินบี 2 0.15 กรัม
  • วิตามินซี 23 มิลลิกรัม

สรรพคุณของข่า


ประโยชน์ของข่า

ข่าเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทางยามากมาย ทำให้สามารถนำมาใช้เพื่อการบำรุงสุขภาพและบรรเทาอาการเจ็บป่วยได้หลายอย่าง ดังนี้

ตัวอย่างเกม : PGSLOT

1. ดีต่อระบบทางเดินอาหาร

เนื่องจากมีสารออกฤทธิ์อย่างซิเนออล (Cineole) การบูร และยูจีนอล ที่ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากเหง้าข่าก็ช่วยขับลมได้ดี นอกจากนี้สารบางชนิดในข่ายังช่วยยับยั้งการเกิดแผลในกระเพาะอาหาร รวมถึงมีฤทธิ์ในการยับยั้งเชื้อจุลชีพที่จะช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรคอุจจาระร่วงได้

2. ช่วยในการย่อยอาหาร

สารยูจีนอล (Eugenol) จากเหง้าข่ามีฤทธิ์ขับน้ำดี จึงช่วยบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อย ลดอาการแน่นจุกเสียด ท้องอืดท้องเฟ้อ มีแก๊สในกระเพาะอาหารมากเกินไป โดยกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้ใช้เหง้าข่าสด 5 กรัม หรือเหง้าแห้ง 2 กรัม ไปต้มกับน้ำจนเดือด แล้วนำน้ำที่ได้มาดื่ม อีกวิธีหนึ่งคือใช้เหง้าแก่สดๆ ที่มีความยาวประมาณ 1 นิ้ว ตำให้ละเอียดแล้วเติมน้ำปูนใส 2 แก้ว นำมาดื่มครั้งละครึ่งแก้วหลังอาหาร วันละ 3 เวลา วิธีนี้ยังช่วยขับลมในลำไส้ แก้อาการปวดบิด ปวดมวนท้อง และท้องเดินได้อีกด้วย

3. รักษาโรคกลาก เกลื้อน

จากการวิจัยพบว่าสารสกัดจากสมุนไพรชนิดนี้สามารถรักษาโรคกลากได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทียบเท่ากับการใช้ยารักษากลากอย่างโทลนาฟเตท (Tolnaftate) โดยนำสารสกัดข่าด้วยน้ำกลั่น เมทานอล ไดคลอโรมีเทน เฮกเซน หรือแอลกอฮอล์มาใช้ พบว่าล้วนสามารถฆ่าเชื้อราที่เป็นสาเหตุของโรคกลากเกลื้อนได้ แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ

การรักษากลากเกลื้อน ให้นำเหง้าข่าแก่มาตำให้ละเอียด เติมเหล้าขาวลงไปผสมให้เข้ากันดี นำมาทาให้ทั่วบริเวณที่เป็นกลากเกลื้อน

4. แก้ลมพิษ

ให้นำเหง้าแก่สดๆ 1 แง่ง ตำให้ละเอียด แล้วนำเหล้าขาวมาผสมให้พอแฉะ ผสมกันทิ้งไว้ 1-2 คืน แล้วนำส่วนผสมที่ได้ (ทั้งเนื้อและน้ำ) มาทาบริเวณที่เป็นลมพิษ ทาบ่อยๆ ทุกเช้าเย็น จนกว่าอาการจะดีขึ้น และพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดลมพิษตามผิวหนังไปพร้อมๆ กัน

5. แก้พิษแมลงสัตว์กัดต่อย

ข่ามีสรรพคุณในการช่วยรักษาโรคผิวหนังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นโรคกลากเกลื้อน ผื่นคัน หรือลมพิษ ซึ่งก็รวมไปถึงสรรพคุณในการลดอาการปวดบวมจากแมลงกัดต่อย โดยให้นำเหง้ามาฝนกับน้ำมะนาว แล้วนำไปทาบริเวณที่ถูกกัดต่อย แต่หากรู้สึกแสบร้อนตอนทาให้หยุดใช้ทันที แล้วรีบล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพราะนั่นอาจเป็นอาการแพ้ข่า หากยังใช้ต่อไปจะทำให้เกิดผื่นแพ้หรืออาการอื่นๆ ตามมาได้

6. รักษาโรคน้ำกัดเท้า

สำหรับใครที่เป็นโรคน้ำกัดเท้าและไม่รู้ว่าควรรักษาด้วยวิธีไหนถึงจะปลอดภัยและได้ผลดี แนะนำให้ใช้เหง้าแก่สดขนาดเท่าหัวแม่มือ ตำให้ละเอียด ผสมกับเหล้าโรงพอท่วม หมักทิ้งไว้ประมาณ 2 วัน จากนั้นนำสำลีมาชุบ แล้วทาบริเวณที่เป็นน้ำกัดเท้าวันละ 3 รอบ จะช่วยบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้

7. บรรเทาอาการปวดบวม เคล็ดขัดยอก

นำข่ามาตำให้ละเอียด พอกบริเวณที่มีอาการ นอกจากนี้ยังสามารถนำมากินหรือประคบเพื่อช่วยแก้อาการปวดต่างๆ ทั้งยังช่วยลดอาการอักเสบได้เป็นอย่างดี

8. รักษาอาการปวดเมื่อย 

นำต้นข่าแก่มาตำผสมกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากันดี แล้วนำไปทาหรือนวดบริเวณที่ปวดวันละครั้ง จะช่วยให้อาการปวดเมื่อยค่อยๆ ทุเลาลงได้แพ็กเกจที่คุณอาจสนใจ

9. บรรเทาอาการในระบบทางเดินหายใจ

เนื่องจากข่าเป็นสมุนไพรที่มีรสชาติเผ็ดร้อน จึงเหมาะสำหรับแก้อาการหวัดในช่วงหน้าหนาว ที่สำคัญยังช่วยบรรเทาอาการหอบหืดได้ดี โดยในสมัยโบราณนิยมนำข่ามาต้มกินเพื่อบรรเทาอาการหวัด คัดจมูก หรืออีกวิธีหนึ่งก็คือนำมาฝน ผสมกับน้ำผึ้งแท้ น้ำมะนาวสด และเติมเกลือลงไปเพียงเล็กน้อย จากนั้นนำมากิน จะช่วยขับเสลด เสมหะ และขยายหลอดลม ช่วยให้หายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น

10. รักษาอาการคลื่นไส้จากการเมารถ

ใช้เหง้าสดแก่ๆ ยาวประมาณ 30 เซนติเมตรขึ้นไป นำมาทุบหรือตำจนละเอียด เติมน้ำปูนใสลงไปประมาณ 1 ครึ่งแก้ว และดื่มครั้งละ 1 แก้วหลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น จนกว่าจะหาย

11. ขับน้ำคาวปลา

ข่ามีสรรพคุณในการขับน้ำคาวปลาหลังคลอดลูก รวมไปถึงการขับเลือดและขับรกที่ตกค้างอยู่ภายใน เพียงนำเหง้าสดมาตำให้ละเอียด แล้วผสมกับมะขามและเกลือเพื่อรับประทาน

นอกจากคุณประโยชน์ในการบำรุงรักษาสุขภาพแล้ว ข่ายังมีคุณสมบัติช่วยไล่ยุงและแมลงได้ด้วย มีวิธีง่ายๆ คือทุบเหง้าให้แหลก หรือจนกระทั่งน้ำมันในข่าซึมออกมา จากนั้นนำไปวางในที่ที่ต้องการ จะช่วยไล่ยุงและแมลงไม่ให้มากวนใจ 



เมนูข่าเพื่อสุขภาพ

เมื่อไรก็ตามที่พูดถึงอาหารที่มี “ข่า” เป็นส่วนประกอบ เมนูแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงก็คือ “ต้มข่าไก่” นั่นเอง แต่ที่จริงแล้วยังมีเมนูเพื่อสุขภาพอีกหลายเมนูให้คุณได้ลองทำตามดู เช่นเมนูต่อไปนี้

ต้มยำปลา 

เมนูที่จะขาดส่วนประกอบอย่างข่าไม่ได้เลยก็คือเมนูต้มยำนั่นเอง เพราะเป็นหนึ่งในเครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด) เพิ่มกลิ่นหอมและรสชาติจัดจ้าน มีขั้นตอนการทำโดยเริ่มจากโขลกพริก กระเทียม และเครื่องต้มยำหยาบๆ เตรียมไว้ ต้มน้ำให้เดือดแล้วใส่พริก กระเทียม และเครื่องต้มยำลงไปก่อน หลังจากนั้นใส่ปลา หรือเนื้อสัตว์อื่นๆ ที่ต้องการตามไป รอจนเนื้อปลาสุก ค่อยปรุงรสตามใจชอบ โรยด้วยผักชีซอย พร้อมรับประทาน

มาม่าต้มยำแห้ง

เป็นอีกหนึ่งเมนูที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ด้วยรสชาติที่จัดจ้านของน้ำต้มยำและเนื้อสัตว์ที่คลุกเคล้าจนเข้ากันดี แถมเติมผักต่างๆ เพื่อเพิ่มประโยชน์ต่อสุขภาพได้ตามใจชอบ เมนูนี้ประกอบไปด้วยมาม่า เครื่องต้มยำ (ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด) ผักชีฝรั่ง เครื่องปรุงรสต่าง ๆ เช่น พริก มะนาว น้ำปลา และเนื้อสัตว์ตามที่ต้องการ ส่วนวิธีทำก็เริ่มจากการต้มเส้นมาม่าให้นิ่ม แล้วสะเด็ดน้ำรอไว้ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน แล้วใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดให้พอสุก ใส่เส้นมาม่าตามลงไป เติมเครื่องต้มยำและเครื่องปรุงต่างๆ ชิมรสให้ออกเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เรียบร้อยแล้วตักใส่จาน โรยด้วยผักชีฝรั่งและไข่ออนเซ็นสักลูก ก็ได้เมนูสุดฟินแล้ว

กุ้งอบวุ้นเส้นต้มยำ

กุ้งอบวุ้นเส้นธรรมดาที่มีรสชาติออกเค็มๆ อาจจะทำให้หลายคนรู้สึกเบื่อ ลองเปลี่ยนเป็นกุ้งอบวุ้นเส้นต้มยำกันดูบ้าง ด้วยการใส่เครื่องต้มยำลงไปในซอส แล้วเติมพริกเผาลงไปสักหน่อย ชิมให้รสชาติจัดจ้านกว่าปกติสักนิด เพื่อเวลาที่นำวุ้นเส้นมาอบ จะได้เข้าเนื้อและเข้มข้นยิ่งขึ้น

 

หอยแมลงภู่อบหม้อดินต้มยำ

เป็นเมนูที่จะเพิ่มความรสชาติให้กับหอยแมลงภู่ตัวใหญ่ๆ วิธีทำก็เหมือนทำหอยแมลงภู่อบหม้อดินตามปกติ เพียงแต่เปลี่ยนขั้นตอนเล็กน้อย คือในระหว่างการตั้งน้ำเดือดสำหรับนึ่งหอยนั้น ให้ใส่เครื่องต้มยำลงไป เมื่อนำหอยมานึ่งแล้วก็ให้นำเครื่องต้มยำมาโรยไว้บนหอยอีกครั้ง เพื่อให้กลิ่นหอมซึมเข้าไปในตัวหอยมากขึ้น และก่อนจัดใส่จาน ให้เขย่าหอยกับเครื่องต้มยำอีกครั้งให้เข้ากันดี รับประทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด

ข่ามีโทษหรือไม่?

การรับประทานข่าในอาหารทั่วไปนั้นปลอดภัยต่อสุขภาพ ส่วนการรับประทานหรือการนำมาใช้เพื่อบำรุงหรือรักษาโรคก็สามารถใช้ได้ แต่ควรคำนึงถึงความเหมาะสมในการใช้ด้วย โดยควรใช้ในปริมาณที่พอดีและไม่ควรใช้ต่อเนื่องนานเกินไป เพราะอาจทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายได้ ส่วนผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังใช้ยารักษาโรคชนิดใดอยู่ก็ตาม ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ข่า อาหารเสริม และสมุนไพรอื่นๆ ทุกครั้ง

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่นี้ : ดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย , รีวิวอาหาร

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOTGAMEPGSLOT

ตัวอย่างเกม : PGSLOT



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *