ถูกปากคนไทย ทำความรู้จัก เนื้อวัว 3 สัญชาติ !

เนื้อวัว 3 สัญชาติ หากการได้ลิ้มลองเนื้อวัวคุณภาพเยี่ยม คือที่สุดของคนรักเนื้อ เราจึงอยากชวนคุณมาทำความรู้จักกับสุดยอดเนื้อวัว 3 สัญชาติ ที่มีความพิเศษและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกลายเป็นเนื้อยอดนิยมที่คนรักเนื้อต้องลองชิมสักครั้ง 

เนื้อออสเตรเลีย 

เนื้อวัว 3 สัญชาติ


เนื้อวัว 3 สัญชาติ เนื้อวัวชั้นดี มีคุณภาพ ซึ่งได้รับการยอมรับจากเชฟในร้านอาหาร ภัตตาคาร ไปจนถึงเชฟมิชลิน และเหล่าบรรดานักชิม เนื้อวัวจากประเทศออสเตรเลียนี้จึงมีชื่อเสียงไปทั่วโลก ด้วยความโดดเด่นในเรื่องของความนุ่ม ที่มาพร้อมเนื้อสัมผัสและกลิ่นหอมเฉพาะตัว นับเป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมที่คนรักเนื้อต่างก็อยากลิ้มลอง โดยเนื้อชนิดนี้นั้น มีการเลี้ยงดู 2 แบบ

ซึ่งส่งผลให้ลักษณะของเนื้อแตกต่างกันไป นั่นคือ วัวที่เลี้ยงด้วยหญ้าตามธรรมชาติ ซึ่งถูกปล่อยให้กินหญ้าในทุ่งกว้าง จะมีไขมันน้อย ผู้บริโภคส่วนใหญ่มองว่าดีต่อสุขภาพ ส่วนเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยธัญพืชนั้น จะได้สารอาหารที่สมดุล

ทำให้วัวมีลักษณะที่แน่นอน นั่นคือ มีระดับไขมันแทรกอยู่ตามกล้ามเนื้อเหมือนลายหินอ่อน ที่เรียกกันว่า Marbling Score ในปริมาณที่ผู้เลี้ยงต้องการ ตัวอย่างเช่น เนื้อวากิวของออสเตรเลีย และเนื้อสันคอออสเตรเลีย เป็นต้น

ทั้งนี้ Marbling Score นั้น เป็นการจัดเกรดระดับคุณภาพเนื้อตามมารตฐานสากล โดยแบ่งตามไขมันที่แทรกอยู่ในกล้ามเนื้อของวัว ไขมันยิ่งมากก็จะได้คะแนนลวดลายหินอ่อนนี้สูงขึ้นไปตามลำดับ

สำหรับเนื้อวากิวออสเตรเลีย The Australian Wagyu Association ได้กำหนดค่า Marbling Score ให้อยู่ระหว่าง 0-9 ขึ้นอยู่กับปริมาณไขมันที่แทรกอยู่ตามเส้นใยของกล้ามเนื้อและแทรกอยู่ในกล้ามเนื้อส่วนริบอาย

นอกจากความนุ่มที่ดูได้จากปริมาณไขมันแล้ว ยังสังเกตได้จากเพศ โดยเนื้อของวัวตัวผู้มักจะเหนียวกว่าเนื้อของวัวตัวเมีย และอายุ วัวที่อายุน้อยให้เนื้อที่นุ่มกว่านั่นเอง

โดยทั้งนี้ยังนิยมนำเนื้อประเภทนี้ไปประกอบอาหาร ด้วยวิธีการหั่นเนื้อชิ้นใหญ่ เพื่อทำเป็นสเต็ก หรือวิธีการหั่นเนื้อเป็นชิ้นบาง เพื่อนำไปปิ้งย่าง และยังสามารถโรยด้วยเกลือฮิมาลายันเวลารับประทาน จะช่วยดึงรสชาติความอร่อยของเนื้อออกมา เพิ่มความฟินให้กับการรับประทานเนื้อมากขึ้น

เนื้อญี่ปุ่น  

เนื้อวัว 3 สัญชาติ


ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศที่มีชื่อเสียงในเรื่องเนื้อวัว เปรียบเหมือนสวรรค์ของคนรักเนื้อ มีเนื้อวัวหลากหลายประเภทให้ได้เลือกลิ้มลอง สำหรับประเภทของเนื้อวัวญี่ปุ่นที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมหรือพูดถึงกันบ่อยๆ ได้แก่ เนื้อวากิว

ซึ่งอาจจะมีชื่อเรียกที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสถานที่ อาทิ โกเบ หรือ มัตสึซากะ ต่างก็เป็นที่ต้องการของคนรักเนื้อทั้งนั้น ด้วยเพราะเป็นเนื้อคุณภาพดี รสเยี่ยม และมีสัมผัสที่นุ่มลิ้น จึงทำให้ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง ทั้งยังขึ้นชื่อในเรื่องของการเลี้ยงดูที่พิถีพิถันเป็นพิเศษ

โดยเฉพาะอาหารอย่างเบียร์ ซึ่งทำให้เนื้อวัวนุ่มและหอม แถมยังมีไขมันเป็นริ้วๆ แทรกอยู่ จนทำให้เกิดคำที่เรียกกันว่า “ลายหินอ่อน” ซึ่งสมาคมผู้จัดเกรดเนื้อวัวของประเทศญี่ปุ่น (Japan Meat Grading Association – JMGA) ได้จัดเกรดปริมาณเนื้อ แบ่งเป็นระดับ A-C

โดยพิจารณาจากอัตราส่วนของเนื้อที่ได้จากส่วนที่กินได้ของวัวทั้งตัว และ เกรดคุณภาพเนื้อ แบ่งเป็นระดับ 1-5 วัดจากปริมาณของไขมันลายหินอ่อนที่แทรกอยู่ในเนื้อ และระดับสีของไขมัน หากมีปริมาณไขมันแทรกอยู่มากและไขมันมีสีขาว เนื้อวากิวจะยิ่งมีคุณภาพสูง นุ่มละมุนมากขึ้น และมีราคาสูงตามไปด้วย 

แม้ว่าญี่ปุ่นมีวัวหลากหลายสายพันธุ์ แต่หากพูดถึงเนื้อวัวเลื่องชื่อแล้ว ย่อมต้องหมายถึง 3 สุดยอดเนื้อวากิวจาก 3 จังหวัด ได้แก่ เนื้อมัตสึซากะ เป็นวัวที่ถูกเลี้ยงในเมืองมัตสึซากะ จ.มิเอะ มีจุดเด่นตรงเนื้อที่มีเส้นใยละเอียด เนื้อนุ่ม มีไขมันลวดลายสวยงามแทรกอยู่อย่างเห็นได้ชัด ไขมันมีรสหวาน,

เนื้อโกเบ เป็นวัวที่เลี้ยงในเมืองโกเบ จ.เฮียวโงะ ขึ้นชื่อเรื่องไขมันที่มีรสหวานและสัมผัสที่นุ่มจนแทบละลายในปาก มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ และ เนื้อโอมิ เป็นวัวที่เลี้ยงในเมืองชิงะ ตัวเนื้อมีลวดลายไขมันคล้ายหินอ่อน  มีจุดเด่นที่ไขมันซึ่งมีความเหนียว เนื้อหอมหวาน ละมุนลิ้นมากๆ 

เนื้อโคขุน 



สำหรับคนรักเนื้อแล้ว เนื้อโคขุนของไทยเป็นอีกตัวเลือกที่อร่อยไม่แพ้เนื้อนำเข้าจากชาติไหนๆ ผู้ที่ได้ลองต่างรู้ดีว่า เนื้อโคขุนบ้านเรานั้นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และได้รับความนิยมในวงกว้าง เพราะไม่ว่าใครก็สามารถลิ้มลองเนื้อโคไทยในราคาที่เข้าถึงได้ นอกจากมีจำหน่ายทั่วไปแล้ว ยังเป็นจานเด็ดในร้านอาหารและภัตตาคารที่มีอยู่ทั่วประเทศ

เนื้อโคในประเทศไทยนั้น มีการจัดแบ่งเป็น 6 ประเภทใหญ่ๆ ตามระบบการผลิต แต่ที่ตอบโจทย์ความต้องการ โดยเฉพาะผู้ที่โปรดปรานเมนูปิ้งย่างหรือสเต๊กก็คือ เนื้อโคขุนคุณภาพสูง เป็นเนื้อที่มีไขมันแทรก

จึงมีสัมผัสที่นุ่มมากและผ่านขั้นตอนการบ่มเนื้อภายใต้อุณหภูมิ 0-4 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 4-7 วันก่อนจำหน่าย ซึ่งเรารู้จักกันดี เพราะนี่คือ เนื้อโคขุนโพนยางคำ จ.สกลนคร และเนื้อโคขุน เคยูบีฟ ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กำแพงแสน คุณภาพของเนื้อชนิดนี้ไม่ด้อยไปกว่าเนื้อโคนำเข้า และมีความพรีเมียมเมื่อเทียบกับเนื้อโคไทยประเภทอื่น

อีกประเภทที่รองลงมาได้แก่ เนื้อโคขุนคุณภาพปานกลาง มีไขมันแทรกเช่นเดียวกัน แต่เนื้อนุ่มน้อยกว่า นิยมเอามาทำเป็นเสต็ก ย่าง จิ้มจุ่ม หรือ นำไปปิ้ง กินคู่กับน้ำจิ้มสูตรต่างๆ บอกเลยว่าฟินสุดๆ 

นอกจากเนื้อวัวแล้ว เนื้อแกะยังเป็นวัตถุดิบจำพวกเนื้อแดงที่บ้านเรานิยมกันมาก และสามารถหารับประทานได้ตามร้านอาหารและโรงแรม เนื่องจากเป็นเนื้อนำเข้า จึงมีราคาค่อนข้างสูง ประกอบกับมีกลิ่นที่คนไทยไม่ค่อยคุ้นนัก กรรมวิธีการเลือก การเตรียมและการปรุงจึงสำคัญมาก

เนื้อแกะที่เชฟมักนำมาปรุงนั้น ส่วนใหญ่เป็นแกะพันธุ์เนื้อ อายุน้อย มักนำมาหมักกับซอสและเครื่องเทศต่างๆ เพื่อดับกลิ่น เช่น ซอสไวน์แดง กระเทียม มัสตาร์ด เป็นต้น แล้วนำมาย่าง ก่อนเสิร์ฟคู่ซอสเยลลี่มินต์ ซึ่งเป็นซอสที่ทำขึ้นเพื่อเสิร์ฟกับเมนูแกะโดยเฉพาะ 

อ่านสาระเพิ่มเติมได้ที่นี้ : ดูแลสุขภาพและการออกกำลังกาย , รีวิวอาหาร

เกมน่าสนุกได้เงิน : PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET, sa gaming , ราคาบอล,slotxo



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *