ผักชีฝรั่ง สรรพคุณและประโยชน์ของผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่ง


ผักชีฝรั่ง เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งที่มีกลิ่น และรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ นิยมนำมาประกอบอาหารทั้งแบบปรุงสุกหรือรับประทานแบบสด ผักชีฝรั่งอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการมากมาย จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย 

ทำความรู้จักผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่ง (Culantro) เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศเม็กซิโก เป็นพืชในวงศ์เดียวกับผักชี มีลักษณะลำต้นเตี้ย ใบเป็นรูปหอกสีเขียว ขอบใบหยักมีหนามคล้ายฟันเลื่อย มีกลิ่นหอม จึงถูกนำไปใช้เพื่อกลบกลิ่นของเนื้อสัตว์ และนำไปเป็นผักโรยเพื่อเพิ่มกลิ่นให้กับอาหาร

คุณค่าทางโภชนาการ

ผักชีฝรั่ง 100 กรัม ประกอบด้วยพลังงาน 23 กิโลแคลอรี่

  • คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม
  • โปรตีน 2 กรัม
  • ใยอาหาร 2 กรัม
  • โซเดียม 46 มิลลิกรัม
  • โพแทสเซียม 521 มิลลิกรัม
  • วิตามิน A 416 I.U.
  • วิตามิน C 38 มิลลิกรัม
  • วิตามิน B1 0.31 มิลลิกรัม
  • วิตามิน B2 0.21 มิลลิกรัม

สรรพคุณของผักชีฝรั่ง

ผักชีฝรั่งมีสรรพคุณที่น่าสนใจหลายประการ ยกตัวอย่างเช่น

  1. ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ ผักชีฝรั่งมีสารเบต้าแคโรทีนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่งที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ พร้อมช่วยลดเลือนริ้วรอยบนผิวหนัง จึงทำให้ใบหน้าแลดูอ่อนกว่าวัย
  2. อาจช่วยป้องกันมะเร็ง เนื่องจากใบผักชีฝรั่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิด จึงน่าจะมีส่วนช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง และการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้
  3. ช่วยรักษาอาการท้องอืด ผักชีฝรั่งมีสรรพคุณช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร จึงช่วยบรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อที่เกิดจากกรดเกินในกระเพาะอาหารได้เป็นอย่างดี
  4. ควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ ไนอาซินในผักชีฝรั่ง สามารถลดคอเลสเตอรอลในเลือด และควบคุมความดันโลหิตให้เป็นปกติ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวได้ดีขึ้น ส่งผลให้หลอดเลือดหัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  5. เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน ผักชีฝรั่งเป็นพืชที่มีวิตามินซีสูง จึงช่วยเสริมให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น จึงป้องกันการเจ็บป่วย และต้านการอักเสบต่างๆ ในร่างกายได้
  6. ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน ผักชีฝรั่งมีวิตามินบี 2 ที่ช่วยลดอาการปวดศีรษะไมเกรน และลดอาการปวดศีรษะจากการทำงานต่อเนื่องได้
  7. ช่วยในการเผาผลาญพลังงาน วิตามินบี 1 ในผักชีฝรั่ง จะช่วยให้ร่างกายนำโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตมาใช้อย่างเต็มที่ จึงทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
  8. ดับกลิ่นปาก หลังรับประทานอาหารที่มีกลิ่นแรง ควรรับประทานใบผักชีฝรั่ง 2-3 ใบ เพื่อช่วยดับกลิ่นปาก และทำให้ลมหายใจมีกลิ่นหอม

เมนูสุขภาพจากผักชีฝรั่ง

ยกตัวอย่างเช่น

  1. ต้มยำน้ำใส เตรียมเครื่องต้มยำ ได้แก่ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริกสดตำ ตั้งหม้อน้ำซุป พอเดือดใส่เครื่องต้มยำต้ม จากนั้นใส่เนื้อสัตว์รอจนเนื้อสัตว์สุก ใส่เห็ดและปรุงรสด้วยเกลือ น้ำปลา มะนาว โรยผักชีฝรั่ง แล้วยกเสิร์ฟพร้อมกับข้าวสวยร้อนๆ
  2. สูตรสมูทตี้ นำก้านผักชีฝรั่ง กีวี ขิง น้ำแข็ง มาปั่นรวมกัน สมูตตี้สูตรนี้ช่วยลดการอักเสบและเพิ่มภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้เป็นอย่างดี
  3. ลาบหมู นำหม้อตั้งไฟ ใส่หมูสับลงไปรวน ใส่น้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว พริกป่น ข้าวคั่ว พอหมูเริ่มสุก ใส่หอมแดงลงไป ปิดไฟ โรยผักชีฝรั่งหั่นท่อน ตักใส่จาน
  4. ซุปหน่อไม้ นำหน่อไม้ขูดเส้นที่ต้มกับใบย่านางแล้วมาต้มให้เดือด จากนั้นตักหน่อไม้ใส่หม้อปรุง ตั้งไฟ ใส่หอมแดงซอย ผักชีฝรั่ง เครื่องปรุงรส ข้าวคั่ว ชิมรสตามชอบ

ข้อควรระวัง

  • ผักชีฝรั่งมีสารออกซาเลตที่อาจก่อให้เกิดโรคนิ่วในไตและภาวะไตวายเฉียบพลัน ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่พึ่งหายจากการรักษานิ่วในไต ไม่ควรรับประทานผักชีฝรั่ง เพื่อป้องกันอาการกำเริบ
  • สตรีมีครรภ์ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักชีฝรั่ง เพราะอาจมีความเสี่ยงทำให้เกิดภาวะแท้งบุตรได้

ผักชีฝรั่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Eryngium foetidum L. จัดอยู่ในวงศ์ผักชี (APIACEAE หรือ UMBELLIFERAE)

ผักชีฝรั่ง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักชีดอย ผักจีดอย ผักจีฝรั่ง หอมป้อมกุลา หอมป้อมกูลวา ห้อมป้อมเป้อ (เชียงใหม่, ภาคเหนือ), มะและเด๊าะ (แม่ฮ่องสอน), ผักชีใบเลื่อย (ขอนแก่น,พิจิตร), ผักหอมเทศ ผักหอมเป (เลย,ขอนแก่น), หอมป้อม หอมเป (ชัยภูมิ), หอมน้อยฮ้อ (อุตรดิตถ์), หอมป้อมเปอะ (กำแพงเพชร) เป็นต้น

ผักชีฝรั่ง เป็นพืชล้มลุก จัดอยู่ในวงศ์ผักชี โดยมีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้และประเทศเม็กซิโก แต่ปัจจุบันมีการเพาะปลูกทั่วโลก เป็นผักที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีใบสีเขียวอ่อน ขอบใบมีลักษณะคล้ายฟันเลื่อย และสำหรับวิธีการเลือกซื้อผักชีฝรั่งนั้นให้เลือกซื้อเอาใบที่เขียวสด ไม่เหลืองและเหี่ยว เมื่อซื้อมาแล้วก็เก็บใส่ถุงพลาสติกผูกให้มิดชิดแล้วนำไปแช่ตู้เย็นในช่องผักได้เลย

รูปผักชีฝรั่ง

สำหรับคุณค่าทางโภชนาการของผักชีฝรั่งนั้นก็มีมากมาย เพราะอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เบตาแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินซี ธาตุแคลเซียม ธาตุเหล็ก เป็นต้น (ผักพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง, 2550, น.56)

เนื่องจากผักชีฝรั่งนั้นมีกรดออกซาลิก (Oxalic acid) ในปริมาณที่สูงมากเป็นอันดับ 1 ในตระกูลผักทั้งหลาย ซึ่งกรดออกซาลิกนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตและกระเพาะปัสสาวะ ซึ่งอาการที่พบตามมาก็ได้แก่ อาการปวดท้อง ปวดเอว ปัสสาวะติดขัด เป็นต้น ดังนั้นคุณไม่ควรที่จะบริโภคผักชีฝรั่งในปริมาณมากเกินไปหรือรับประทานติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน แต่ควรเปลี่ยนไปรับประทานผักชนิดอื่นบ้างสลับกันไป เพราะมันจะทำให้ร่างกายของคุณได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด (ผักแม้จะมีประโยชน์ แต่เราก็ต้องฉลาดบริโภคด้วยนะครับ) และสำหรับหญิงตั้งครรภ์ไม่แนะนำให้รับประทานผักชีฝรั่ง !

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *