ขนมบราวนี่ ขนมช็อคโกแลตน่าทาน

ขนมบราวนี่


เปิดตำรา “ ขนมบราวนี่ ” ขนมหวานที่ถูกใจทุกวัย

ขนมบราวนี่ ” ที่เห็นทั่วไปตามท้องตลาด ร้านอาหาร หรือร้านขนมดัง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหม ? ว่ามีจะประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจขนาดนี้ แถมมีหลากหลายประเภทให้เลือกตามความชอบ เพียงเท่านี้เราก็สามารถรู้แล้วว่า เราชอบกิน “ บราวนี่ ” แบบไหน ? นอกจากเรื่องของ “บราวนี่” แล้ว ยังมีเรื่องของ ขนมปัง ซึ่งเป็นขนมที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

ขนมบราวนี่ ” ขนมหวานสีน้ำตาล หอมกลิ่นช็อกโกแลต โรยด้วยถั่วต่าง ๆ ทุกร้านขนมหรือร้านกาแฟจะต้องมี “บราวนี” ที่เรียกได้ว่าเป็นขนมพื้นฐานต้องมีเตรียมไว้สำหรับสายขนมหวาน แต่ไปกี่ร้าน ๆ ก็จะมีชื่อเรียก “บราวนี” ไม่เหมือนกัน วันนี้วาวาจะมาเล่าถึงแก่นแท้และรายละเอียดของ “บราวนี” ให้เพื่อน ๆ หายสงสัย ถ้าพร้อมแล้วไปหาคำตอบกันเลยว่า

ใคร ๆ ก็รู้จัก บราวนี…แต่! ทำไมแต่ละร้านถึงไม่เหมือนกันเลย ? บราวนีมีกี่แบบ ? มาเจาะลึก “บราวนี” กันเลยดีกว่า

ขนมบราวนี่


ต้นกำเนิด “ขนมบราวนี” มาจากที่ไหน ?

บราวนี” ขนมหวานรสช็อกโกแลต ที่มีสีน้ำตาลเข้ม ตามชื่อ “Brownie” อยู่ในหมวดหมู่ คุกกี้ เพราะมีลักษณะเป็นชิ้น สามารถใช้มือหยิบกินได้ ถ้าหากเป็นหมวดหมู่เค้ก จะต้องใช้ช้อนส้อมในการรับประทาน

ในสหรัฐอเมริกาเป็นต้นกำเนิด ในช่วงปลายศตวรรษที่19 ก็มีเรื่องเล่า ในปี คศ.1893 มีหญิงสาวสังคมผู้ร่ำรวยมั่งคั่ง มีนามว่า เบอร์ธา พ็อตเตอร์ พาล์มเมอร์ ต้องการขนมที่มีขนาดเล็ก สามารถใส่ในกล่องอาหารกลางวัน และกินง่าย เพื่อนำไปกินในงาน Chicago World’s Columbian Exposition กับเพื่อน ๆ ของเธอ จึงสั่งให้พ่อครัวของโรงแรมเดอะ พาล์มเมอร์ เฮ้าส์ (The Palmer House Hotel) เป็นผู้จัดการ

พ่อครัวทำขนมอบรสช็อกโกแลตโรยด้วยถั่วและวอลนัท มีเกล็ดน้ำตาลจากน้ำเชื่อมของแอพริคอต จนกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อก็ยังมีตำนานต่าง ๆ เช่น พ่อครัวทำเค้กช็อกโกแลตแล้วใส่ส่วนผสมผิด ใส่แป้งน้อยไป เมื่ออบออกมาจึงได้เนื้อเค้กช็อกโกแลต ที่เข้มข้นมีความหนึบ หรือ แม่ครัวในเมืองบังกอ (Bangor)ในรัฐเมน (Maine) นามว่ามิลเดร็ด บราวน์ ชรัมป์ (Mildred Brown Schrumpf) ซึ่งมีชื่อเล่นว่า บราวนี ได้ทำเค้กช็อกโกแลตและลืมใส่ส่วนประกอบสำคัญคือผงฟู ทำให้เค้กไม่ขึ้นฟู ด้วยความเสียดายจึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วแจกจ่ายให้คนในครอบครัวรับประทาน

ตัวอย่างเกม : PGSLOT

ประเภทของ “ขนมบราวนี” มีอะไรบ้าง ?

ประเภทของบราวนีต่าง ๆ มาจากความคิดสร้างสรรค์ของนักอบที่อยากให้มีลักษณะที่แตกต่างกันไป จึงทำให้เกิดวิธีทำที่แตกต่างกัน ถ้าหากแบ่งเป็นลักษณะเนื้อสัมผัส จะแบ่งได้เป็นดังนี้

Brownie cake

ส่วนผสม แป้ง เนย ผงโกโก้ ไข่ น้ำตาล ผงฟูและกลิ่นวานิลลา

วิธีทำ

1.ละลายเนยและผงโกโก้ให้เข้ากัน เทน้ำตาลทรายใช้ตระก้อมือตีให้เข้ากัน
2.หลังจากนั้นใส่ไข่ทีละฟอง ตามด้วยกลิ่นวนิลา
3.จากนั้นเทส่วนผสมของแห้ง ได้แก่ แป้งเค้กและผงฟู
4.คนให้เข้ากัน เทใส่ถาด หลังจากนั้น นำไปเข้าเตาอบ อบให้สุก



Fudge brownie

ส่วนผสม แป้งเค้ก เนย ดาร์กช็อกโกแลต ไข่ น้ำตาล ผงฟูและกลิ่นวานิลลา

วิธีทำ

1.ละลายเนยและช็อกโกแลตเข้าด้วยกัน พักไว้
2.ตีไข่กลิ่นวานิลลาและน้ำตาลให้เข้ากัน
3.เทส่วนผสมของเนยละลายกับช็อกโกแลตในอ่างผสมน้ำตาล ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน
4.หลังจากนั้นใส่ส่วนผสมของแห้ง ได้แก่ แป้งเค้กและผงฟู
5.เทใส่ถาดแล้วนำเข้าเตาอบ อบให้สุก



Chewy brownie

ส่วนผสม เนย แป้งเค้ก ดาร์กช็อกโกแลต ผงโกโก้ ไข่ น้ำตาล ผงฟู และกลิ่นวานิลลา

วิธีทำ

1.ละลายเนย ผงโกโก้ และดาร์กช็อกโกแลต (แยกไว้ส่วนหนึ่ง) เข้าด้วยกัน
2.ตามด้วยไข่และกลิ่นวานิลลา ตีให้เข้ากัน
3.หลังจากนั้นใส่น้ำตาล ตามด้วยแป้ง ใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากัน
4.แล้วโรยด้วยช็อกโกแลตส่วนที่เหลือ แล้วนำไปเข้าเตาอบ อบให้สุก



ประเภทของบราวนี่แบ่งออกตามลักษณะเนื้อเค้กต่าง ๆ แล้ว ผู้ที่มีใจรัก มีความตั้งใจอยากให้เกิดรสชาติแปลกใหม่ๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ก็ดัดแปลงผสมผสานกับเทคนิคเฉพาะทางกับขนมชนิดอื่น ๆ ก็เกิดขึ้นได้

เช่น การหยิบเอาลักษณะเป็นชิ้นกลมของคุกกี้ ผสมกับเนื้อของบราวนี ทำให้เกิด cookie brownie การนำชีสเค้กมากินคู่กับบราวนี ทำให้เกิด brownie cheesecake หรือ การนำเนื้อสัมผัสความกรอบของแครกเกอร์มาผสมกับบราวนี ทำให้เกิด brownie craker และอีกต่าง ๆ มากมาย

วิธีทำและวัตถุดิบที่แตกต่างกัน จึงทำให้ เกิดลักษณะเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันดังนี้ !!

Brownie cake

Brownie cake” มีปริมาณ แป้งและไข่ มากกว่าชนิดอื่น ๆ จึงทำให้ ลักษณะเนื้อส้มผัสเป็นเนื้อเค้ก เบา มีความฟู และความนุ่ม ดังนั้น “บราวนี” ประเภทนี้ จะอยู่ในหมวดหมู่ เค้ก เพราะไม่สามารถอยุ่รวมตัวเป็นชิ้น ๆ เหมือนคุกกี้ได้ เเละมีวิธีการรับประทานโดยใช้ช้อนหรือส้อมตักกิน 

Fudge brownie 

Fudge brownie” มีปริมาณแป้งน้อยที่สุด และมีส่วนผสม ดาร์กช็อกโกแลต มากกว่า “บราวนี” ชนิดอื่น ๆ ทำให้เหนียวหนึบ จับตัวเป็นชิ้นได้ดี และด้วยวิธีการทำที่ไม่มีการตีให้ขึ้นฟู จึงทำให้เนื้อสัมผัสแน่น ด้านบนของ “บราวนี” มีการขึ้นฟิล์มจากดาร์กช็อกโกแลต เมื่อนำเข้าอบจะทำให้มีความเงา และกรอบ

Chewy brownie

Chewy brownie” เป็นการผสมผสานกันระหว่าง “Brownie cake” และ “Fudge brownie” ดังนั้นเนื้อเค้กที่ได้จะมีความเบา แต่ไม่เท่าเค้ก เพราะมีปริมาณไข่และแป้งน้อยกว่า เนื้อ “Brownie cake” แต่ก็มีความแน่นของดาร์กช็อกโกแลต เพราะมีปริมาณ ดาร์กช็อกโกแลตมากกว่า และจากการใช้ช็อกโกแลต หั่นเป็นชิ้นผสมกับเนื้อแบทเทิล (Battle) ก่อนนำไปเข้าอบ จึงทำให้มีความชุ่มฉ่ำของช็อกโกแลตละลาย ที่แทรกตามเนื้อ แต่ก็จะไม่หนึบเท่า “Fudge brownie”   

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ? ถ้าเป็นเนื้อเค้กนุ่มฟู กินแบบเบา ๆ ก็จะเป็นเนื้อของ “Brownie cake” ถ้าใครชอบ เนื้อแน่นๆ หนักๆ เคี้ยวหนึบหนับ จะเป็นเนื้อ “Fudge brownie” แต่ถ้าอยากได้ความนุ่ม แต่ยังมีความช่ำ ก็ต้องเป็น “Chewy brownie” คราวนี้ ถ้าเวลาเพื่อน ๆ ไปตามคาเฟ่ แล้วมี “บราวนี” ให้เลือก เพื่อน ๆ ก็จะทราบแล้วว่า ต้องสั่ง “บราวนี” ชนิดไหน



อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล

เกมสนุกแถบได้ตัง : PGSLOT PGSLOTGAME Slotxo



ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *