ผู้เขียน: seo seo

อาหารคีโต มีอะรัยบ้าง?

อาหารคีโต มีอะรัยบ้าง?

อาหารคีโต มีอะรัยบ้าง ? จุดประสงค์ของอาหารคีโ…

อาหารลดน้ำหนัก ช่วยให้หุ่นเพียว

อาหารลดน้ำหนัก ช่วยให้หุ่นเพียว

อาหารลดน้ำหนัก เป็นทางเลือกแรกที่คนรักสุขภาพเ…

วิธีกินเพื่อสุขภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย

วิธีกินเพื่อสุขภาพ และมีประโยชน์ต่อร่างกาย



1. วิธีกินเพื่อสุขภาพ กินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ให้หลากหลาย ดูแลน้ำหนักตัว

วิธีกินเพื่อสุขภาพ ข้อนี้เป็นข้อแนะนำหลัก ยึดหลักอาหาร 5 หมู่ เพิ่มความสำคัญของการกินอาหารให้หลากหลายไม่ซ้ำจำเจกับอาหารไม่กี่ชนิด และน้ำหนักตัสก็เป็นเครื่องชี้ชัดอย่าง่ายถึงภาวะสุขภาพ กินอาหารที่เหมาะสม ก็จะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสม ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป หากสังเกตเห็นว่าน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากน้ำหนักปกติ  แสดงให้เห็นว่าเริ่มกินอาหารมากเกินไปแล้ว ควรจะต้องหันมาควบคุมลดปริมาณให้น้อยลง  โดยไม่จำเป็นต้องรอให้เสื้อผ้าคับก่อนที่เริ่มรู้สึกตัวเพราะเสื้อผ้าสมัยใหม่มักนิยมใช้สายยืดเพื่อให้สวมใส่สบาย

หากพบว่าน้ำหนักตัวลดลง ควรต้องให้ความสนใจ พร้อมทั้งสังเกตว่าคนเองมีอาการอ่อนเพลีย ง่วง ซึม หรืออาการที่แตกต่างไปจากปกติเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้ามีอาการควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพ  สำหรับเด็ก ร่างกายมีการเจริญเติบโต น้ำหนักตัวควรเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในอัตราที่เหมาะสม  ดังนั้น ควรหมั่นชั่งน้ำหนักตัวอย่างน้อยเดือนละครั้ง

2. กินข้าวให้เป็นอาหารหลัก สลับกับอาหารประเภทแป้งสลับกันเป็นบางมื้อ

เอกลักษณ์ของคนไทย ความสำคัญของการทาน คือทานข้าวเป็นหลัก ควรกินข้าวซ้อมมือเพราะมีวิตามิน แร่ธาตุ โปรตีน และ ใยอาหารมากกว่าข้าวที่นำไปขัดสีจนขาว อารหารแป้ง เช่น ขนมปัง ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ให้กินเป็นบางมื้อ อาหารที่ทำด้วยแป้งที่ผ่านการแปรรูป ใยอาหารจะมีน้อยกว่าในข้าว

วิธีกินเพื่อสุขภาพ


3. ทานพืชผัก และผลไม้เป็นประจำ

อาหารหลัก 5 หมู่ที่สำคัญอีกอย่างนึง คือ การแยกพืชผัก และผลไม้เป็นอาหารหลักที่อยู่อีกหมวดหมู่ เนื่องจากประเทศไทย จะมีพืชผักและผลไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ให้ผู้บริโภคสามารถเลิกทานได้ตลอดทั้งปี ผักและผลไม้ให้สารอาหารที่สำคุญแก่ร่างกายหลายชนิด เช่น วิตามิน แร่ธาตุ และใยอาหาร ยังมีสารอื่นที่ไม่ใช่สารอาหาร เช่น สารแอนติออกซิแดนท์ที่ช่วยไม่ให้อนุมูลอิสระทำลายเนื้อเยื่อและผนังเซลล์ ชะลอการเสื่อมสลายของเซลล์ ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง สดใส ไม่แก่เกินวัย และยังให้ประโยชน์ทางด้านสมุนไพรที่ช่วยรักษาสุขภาพ

4. ทานปลา เนื้อสัวต์ไม่ติดมัน ไข่ ถั่ว

เป็นการดินอาการที่มีโปรตีน เน้นปลา อาหารประเภทถั่ว เช่น เต้าหู้ชนิดต่างๆ สำหรับเนื้อสัตว์ให้เลือกที่ไม่ติดมัน หรือที่มีมันน้อย ไข่เป็นอาหารที่มรีประโยชน์ เด็กควรกินวันละฟอง ผู้ใหญ่ภาวะปกติควรกินวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ล่ะ 2 – 3 ฟอง ส่วนคนที่มีภาวะโคเลสเตอรอลสูงในเลือดก็ควรจะลดปริมาณลง

ตัวอย่างเกม : PGSLOT

5. ดื่มนม

คนไทยไปบริโภคอาหารอย่างอื่นจะดีกว่า   อย่างไรก็ตามพิจารณาโดยรวม จะเห็นได้ว่าน้ำนมเป็นอาหารที่มีประโยชน์ที่ครบถ้วน  เป็นแหล่งอาหารของโปรตีน แคลเซียม วิตามินบี 2 และแร่ธาตุต่างๆ นอกจากนี้แล้วน้ำนมยังเป็นอาหารที่กินง่าย ราคาไม่แพงเกินไป มีหลายชนิดหาได้ทั่วไป จีงเป็นการสะดวกที่จะใช้เป็นอาหารสำหรับคนทุกวัย

   ในกรณีที่กังวลว่าการดื่มนมมากๆ อาจจะทำให้อ้วน ผู้บริโภคสามารถเลือกดื่มนมพร่องไขมันได้ และในเวลาเดียวกันควรควบคุมปริมาณไขมันในอาหารชนิดอื่นด้วย เพราะเพียงไขมันจากน้ำนมอย่างเดียวไม่น่าที่จะทำให้เกิดโรคอ้วน

         ปริมาณที่แนะนำคือ เด็กควรดื่มวันละ 1-2 แก้ว   ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุควรดื่มวันละ 1 แก้ว

6. ทานอาหารที่มีไขมันแค่พอสมควร

แม้ไขมันจะเกี่ยวข้องกับปัญหาโภชนาการ เช่น โรคอ้วน ภาวะไขมันในเลือกสูงกว่าปกติ ที่จะนำไปสู้โรคหัวใจขาดเลือดได้ แต่ร่างกายก็ต้องการไขมันเพื่อสุขภาพเช่นกัน เพียงแต่ว่าจะต้องควบคุมปริมาณและชนิดของไขมันที่จะบริโภคใหเหมาะสมกับร่างกาย ลดอาหารที่มี่ไขมันมาก เช่น หมูสามชั้น ขาหมูพะโล้ และอาหารที่ใช้น้ำมันหรือกะทิในการประกอบอาหาร

7. หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสชาติ หวานจัด และ เค็มจัด

ส่วนประกอบของอาหารรส หวานจัด และ เค็มจัด  ได้แก่  น้ำตาล และเกลือแกง  ซึ่งส่วนประกอบทั้ง 2 ชนิดนี้ เมื่อเราบริโภคมากจนเกินไป พบว่าเป็นสาเหตุสำคัญของการทำให้เกิดโรคอ้วน และทำให้โรคความดันโลหิตสูง

         วิธีปฏิบัติ นอกจากการหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสหวานจัด และ เค็มจัดแล้ว  ผู้บริโภคควรพยายามรับประทานอาหารที่มีรสชาติปกติ ไม่ควรที่จะต้องเติมน้ำตาลหรือเกลือเพิ่มเติมลงไปในอาหารที่ปรุงแล้ว หรือหันมากินอาหารแบบไทยเดิม ที่มีกับข้าวหลายชนิดเพื่อให้เกิดรสชาติที่หลากหลาย

 8. ทานอาหารสะอาดปราศจากสารปนเปื้อน

          การทานอาหารที่สะอาด นับเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมันจะช่วยลดอันตราย จากสิ่งสกปรกและสารปนเปื้อนต่าง ๆ ซึ่งอาจจะเป็นเชื้อโรค พยาธิ สารพิษ สิ่งแปลกปลอมต่างๆ ผู้บริโภคควรเลือกซื้ออาหารจากแหล่งผลิตที่เชื่อถือได้ มีการผลิตที่ถูกต้อง มีการเก็บรักษาที่เหมาะสม  อาหารสำเร็จรูปควรบรรจุในภาชนะที่เหมาะสม สะอาด มีฉลากที่ถูกต้อง บอกวันหมดอายุ ส่วนประกอบ ชื่ออาหาร สถานที่ผลิต

          นอกจากนี้ผู้บริโภคควรมีสุขนิสัยที่ดี ในการรับประทานอาหาร เช่น การล้างมือก่อนรับประทานอาหาร การใช้ช้อนกลาง หรือใช้อุปกรณ์หยิบจับอาหารมากกว่าการใช้มือ

วิธีกินเพื่อสุขภาพ


   9. ลดหรืองดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

         ดื่มมากจะมีผลทำให้การทำงานของระบบสมอง และประสาทช้าลง  ทำให้เกิดการขาดสติได้ ซึ่งจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุ การเสียทรัพย์ เสียสุขภาพ ก่อให้เกิดโรคตับแข็งและการขาดสารอาหารที่สำคัญหลายชนิด ดังนั้นควรลดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือควรหลีกเลี่ยงให้มากที่สุด

          ข้อแนะนำการบริโภคอาหารสำหรับคนไทยทั้ง 9 ข้อดังกล่าว  เป็นการให้คำแนะนำในทางปฏิบัติได้ชัดเจนขึ้น และมีความยืดหยุ่นในตัว  ที่แต่ละคนสามารถปรับให้เหมาะสมกับตนเองได้  เพื่อสุขภาพที่ดี

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล

เกมน่าสนุกได้เงิน : PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET, sa gaming , ราคาบอล,slotxo

ขนมบราวนี่ ขนมช็อคโกแลตน่าทาน

ขนมบราวนี่ ขนมช็อคโกแลตน่าทาน

เปิดตำรา “ ขนมบราวนี่ ” ขนมหวานที่ถูกใจทุกวัย…

“ ผักพื้นบ้าน ” ประจำท้องถิ่นไทย

“ ผักพื้นบ้าน ” ประจำท้องถิ่นไทย

” ผักพื้นบ้าน ” ของไทยแต่ละภูมิภา…

กระเทียม สรรพคุณและประโยชน์ของกระเทียม

กระเทียม สรรพคุณและประโยชน์ของกระเทียม

กระเทียม

กระเทียม

กระเทียม ชื่อวิทยาศาสตร์ คือคำว่า Allium sativum L. จัดอยู่ในวงศ์พลับพลึง (AMARYLLIDACEAE) และอยู่ในวงศ์ย่อย ALLIOIDEAE (ALLIACEAE)

สำหรับในประเทศไทยนิยมปลูกมากในทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่สำหรับกระเทียมที่ขึ้นชื่อว่ามีคุณภาพดี กลิ่นฉุนคงหนีไม่พ้นจังหวัดศรีสะเกษ

สรรพคุณของกระเทียม

  • ช่วยบำรุงผิวหนังให้มีสุขภาพดีและแข็งแรง
  • ช่วยเสริมสร้างการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อในร่างกาย
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็ง
  • ช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย
  • ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและน้ำตาลในเลือด
  • ช่วยปรับสมดุลในร่างกาย
  • ช่วยแก้อาการวิงเวียนศีรษะ อาการมึนงง ปวดศีรษะ หูอื้อ
  • ช่วยในเรื่องระบบสืบพันธุ์และระบบทางเดินปัสสาวะ เพราะมีสารที่ช่วยควบคุมฮอร์โมนทั้งหญิงและชาย ช่วยทำให้มดลูกบีบตัว เพิ่มพละกำลังให้มีเรี่ยวแรง
  • ช่วยรักษาโรคความดันโลหิต
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคหัวใจ ลดความเสี่ยงของหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
  • ช่วยต่อต้านเนื้องอก
  • ช่วยแก้ปัญหาผมบาง ยาวช้า มีสีเทา
  • ช่วยป้องกันการเกิดและรักษาโรคโลหิตจาง
  • ช่วยในการขับพิษและสารพิษอันตรายที่ปนเปื้อนในเม็ดเลือด
  • ช่วยป้องกันผนังหลอดเลือดหนาและแข็งตัว
  • สารสกัดน้ำมันกระเทียมมีสารที่มีส่วนช่วยในการละลายลิ่มเลือด
  • ช่วยป้องกันการเกิดเส้นเลือดอุดตัน
  • มีสารต่อต้านไม่ให้เม็ดเลือดแดงแตก
  • ช่วยบรรเทาอาการไอ น้ำมูกไหล ป้องกันหวัด
  • ช่วยรักษาโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่
  • ช่วยรักษาอาการเยื่อบุจมูกอักเสบและไซนัส
  • ช่วยรักษาโรคไอกรน
  • ช่วยแก้อาการหอบ หืด
  • ช่วยรักษาโรคหลอดลม
  • ช่วยระงับกลิ่นปาก
  • ช่วยในการขับเหงื่อ
  • ช่วยในการขับเสมหะ
  • ช่วยควบคุมโรคกระเพาะ ด้วยสารที่ช่วยยับยั้งไม่ให้น้ำย่อยอาหารมาย่อยแผลในกระเพาะ
  • ช่วยในการขับลม
  • ช่วยรักษาอาการจุกเสียดแน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ
  • ช่วยป้องกันโรคท้องผูก
  • ช่วยรักษาโรคบิด
  • ช่วยในการขับปัสสาวะ
  • ช่วยในการขับพยาธิได้หลายชนิด เช่น พยาธิแส้ม้า พยาธิเส้นด้าย พยาธิเข็มหมุด พยาธิไส้เดือน เป็นต้น
  • ช่วยรักษาโรคตับอ่อนอักเสบชนิดรุนแรงได้
  • ช่วยป้องกันการเกิดโรคไต
  • ช่วยฆ่าเชื้อรา เชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ รวมถึงเชื้อราตามหนังศีรษะและบริเวณเล็บ
  • ช่วยยับยั้งเชื้อต่าง ๆ เช่น เชื้อที่ทำให้เกิดฝีหนอง คออักเสบ เชื้อปอดบวม เชื้อวัณโรค เป็นต้น
  • ช่วยกำจัดพิษจากสารตะกั่ว
  • ช่วยรักษากลาก เกลื้อน
  • ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของเนื้อเยื่อ บำรุงข้อต่อและกระดูกในร่างกาย
  • บรรเทาอาการปวดข้อและปวดเมื่อยตามร่างกาย
  • ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอกและเท้าแพลง เพราะมีสารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดมายังบริเวณที่นวดยาได้ดีมากขึ้นนั่นเอง
  • มีสารต้านอาการไขข้ออักเสบ โรคข้อรูมาติสซั่ม
  • กระเทียมมีกลิ่นฉุนจึงสามารถช่วยไล่ยุงได้เป็นอย่างดี
  • ช่วยกระตุ้นน้ำย่อย เพิ่มความยากอาหาร

ประโยชน์ของกระเทียม

ตัวอย่างเกม : PGSLOT

  • ประโยชน์หลัก ๆ ของกระเทียมคงหนีไม่พ้นการนำมาใช้เพื่อช่วยปรุงรสชาติของอาหาร ไม่ว่าจะใช้ผัด แกง ทอด ยำ ต้มยำ หรือน้ำพริกต่าง ๆ อีกสารพัด
  • กระเทียมเป็นเครื่องสมุนไพรที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด และยังเป็นพืชที่ธาตุซีลีเนียมสูงกว่าพืชชนิดอื่น ๆ อีกทั้งยังมีสารอะดีโนซีน (Adenosine) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิกที่เป็นตัวสร้าง DNA และ RNA ของเซลล์ในร่างกาย
  • นอกจากนี้ยังมีการนำกระเทียมไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างหลากหลาย เช่น กระเทียมเสริมอาหาร กระเทียมสกัดผง สารสกัดน้ำมันกระเทียม กระเทียมดอง เป็นต้น

คุณค่าทางโภชนาการของกระเทียมดิบ ต่อ 100 กรัม

  • พลังงาน 149 กิโลแคลอรี
  • คาร์โบไฮเดรต 33.06 กรัม
  • น้ำตาล 1 กรัม
  • เส้นใยอาหาร 2.1 กรัม
  • ไขมัน 0.5 กรัม
  • โปรตีน 6.36 กรัม
  • วิตามินบี 1 0.2 มิลลิกรัม 17%
  • วิตามินบี 2 0.11 มิลลิกรัม 9%
  • วิตามินบี 3 0.7 มิลลิกรัม 5%
  • วิตามินบี 5 0.596 มิลลิกรัม 12%
  • วิตามินบี 6 1.235 มิลลิกรัม 95%
  • วิตามินบี 9 3 ไมโครกรัม 1%
  • วิตามินซี 31.2 มิลลิกรัม 38%
  • ธาตุแคลเซียม 181 มิลลิกรัม 18%
  • ธาตุเหล็ก 1.7 มิลลิกรัม 13%
  • ธาตุแมกนีเซียม 25 มิลลิกรัม 7%
  • ธาตุแมงกานีส 1.672 มิลลิกรัม 80%
  • ธาตุฟอสฟอรัส 153 มิลลิกรัม 22%
  • ธาตุโพแทสเซียม 401 มิลลิกรัม 9%
  • ธาตุสังกะสี 1.16 มิลลิกรัม 12%
  • ธาตุซีลีเนียม 14.2 ไมโครกรัม

% ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (แหล่งที่มา : USDA Nutrient database)

คำแนะนำและข้อควรระวังในการใช้กระเทียม

  • กระเทียมยิ่งสดเท่าไหร่ก็ยิ่งมีสรรพคุณที่ดีมากขึ้นเท่านั้น แต่สำหรับกระเทียมที่ผ่านความร้อนด้วยวิธีการต่าง ๆ หรือผ่านการหมักดอง จะทำให้วิตามินและสารอัลลิซินที่มีอยู่ในกระเทียมนั้นสลายตัวไป
  • วิตามินและแร่ธาตุที่อยู่ในกระเทียมนั้น จะมีมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับดินและสภาพอากาศที่ใช้ในการเพาะปลูกอีกด้วย
  • สำหรับหญิงที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ผู้ที่มีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ มีระดับความดันโลหิตเป็นปกติ ผู้ที่มีอาการของเลือดหยุดไหลช้า รวมไปถึงผู้ที่ใช้ยาอื่น ๆ เป็นประจำ เช่น ยาปฏิชีวนะ ยาแอสไพริน ยาแก้อักเสบ ยาต้านไวรัส คุณไม่ควรรับประทานกระเทียมหรือผลิตภัณฑ์กระเทียมเสริมในปริมาณที่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้เป็นโทษต่อร่างกายได้
  • สำหรับผู้ที่ได้รับกลิ่นของกระเทียมเป็นประจำ อาจทำให้เกิดอาการแพ้กระเทียมเมื่อรับประทานได้ โดยอาจจะมีอาการคลื่นไส้ และมีอาหารหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติ แต่อาการดังกล่าวจะค่อย ๆ หายไปเองภายในเวลา 3-4 ชั่วโมง ซึ่งกระเทียมที่นำมาใช้ในการประกอบอาหารมักจะก่อให้เกิดอาการแพ้ได้น้อยกว่ากระเทียมแบบสด ๆ
  • สำหรับผู้ที่อยู่ในครัวหรือผู้ต้องใช้มือสัมผัสกับกระเทียมเป็นประจำและเป็นระยะเวลานาน อาจทำให้ผิวหนังเกิดการอักเสบ มีตุ่มน้ำได้ ดังนั้นคุณควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสกระเทียมโดยตรงเป็นประจำด้วยการสวมถึงมือทุกครั้งในขณะที่จะใช้กระเทียม
  • แม้ว่ากระเทียมจะเป็นพืชที่มีสรรพคุณอยู่มากมาย แต่คุณก็ไม่ควรที่จะเลือกใช้กระเทียมเพื่อหวังผลในการรักษาอาการหรือโรคใดโรคหนึ่ง อีกทั้งผลลัพธ์ที่ได้ในแต่ละบุคคลก็อาจจะแตกต่างกันออกไป ดังนั้นคุณควรเลือกรับประทานให้หลากหลายและครบ 5 หมู่ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะพืชผักสมุนไพรทั่ว ๆ ไป ถ้าศึกษากันจริง ๆ แล้ว มันก็มีประโยชน์ไม่น้อยไปกว่ากันเลย
  • ปัจจุบันในบ้านเรายังไม่มีการรับรองว่ากระเทียมนั้นจะสามารถรักษาโรคได้จริง คงเป็นได้เพียงแต่สมุนไพรทางเลือกในการรักษาและสมุนไพรเสริมสุขภาพเท่านั้น

เกมน่าสนุกได้เงิน : PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT
สนับสนุนโดย : UFASTAR

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET, sa gaming , ราคาบอล,slotxo

สรรพคุณและประโยชน์ของผักกาดหัว

สรรพคุณและประโยชน์ของผักกาดหัว

สรรพคุณและประโยชน์ของผักกาดหัว ผักกาดหัว สรรพ…

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นอ้อย

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นอ้อย

สรรพคุณและประโยชน์ของต้นอ้อย สมุนไพรอ้อย&nbsp…

สรรพคุณและประโยชน์ของส้มแขก

สรรพคุณและประโยชน์ของส้มแขก

สรรพคุณและประโยชน์ของส้มแขก


ส้มแขก สรรพคุณและประโยชน์ของส้มแขก

สรรพคุณและประโยชน์ของส้มแขก ส้มแขก ชื่อสามัญ Garcinia (การ์ซิเนีย), Malabar tamarind, Garcinia cambogia, Gambooge, Brindle berry, Assam fruit

ส้มแขก ชื่อวิทยาศาสตร์ Garcinia atroviridis Griff. ex T.Anderson จัดอยู่ในวงศ์มังคุด (CLUSIACEAE หรือ GUTTIFERAE)

สมุนไพรส้มแขก มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ อีก เช่น ชะมวงช้าง, ส้มควาย (ตรัง), อาแซกะลูโก (ยะลา), ส้มพะงุน (ปัตตานี), ส้มมะอ้น ส้มมะวน มะขามแขก (ภาคใต้) เป็นต้น โดยมีถิ่นกำเนิดในอินเดียและศรีลังกา ซึ่งในบ้านเรานิยมปลูกมากในทางภาคใต้

ส้มแขก สามารถหาซื้อได้มากแถวภาคใต้ตอนล่าง ถ้าคุณมีโอกาสก็ลองไปเดินแถวตลาดนัด เขาจะขายกันแบบฝานเป็นชิ้นบาง ๆ เป็น ส้มแขกตากแห้ง โดยนำไปตากแห้งจนมีสีหมองดำ ๆ หมองคล้ำ ซึ่งสามารถเก็บเอาไว้ใช้ได้นานหลายเดือน โดยวิธีการนำไปใช้ก็ง่ายมาก ๆ เพียงแค่นำไปล้างน้ำให้สะอาดก็ใส่ลงไปในหม้อได้เลย เพียงไม่กี่กลีบก็จะช่วยเพิ่มรสเปรี้ยวแบบนุ่ม ๆ พร้อมให้กลิ่นหอมชวนน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น หรือจะนำมาต้มกับน้ำดื่มก็ได้เช่นกัน

ลักษณะของส้มแขก

  • ต้นส้มแขก ลักษณะของต้นส้มแขก เป็นไม้ยืนต้นทรงพุ่มกว้างสูงประมาณ 5-14 เมตร เป็นไม้เนื้อแข็ง ลักษณะของเปลือกต้นหากเป็นต้นอ่อนจะมีสีเขียว หากแก่แล้วจะมีสีน้ำตาลอมดำ เมื่อลำต้นเป็นแผลจะมียางสีเหลืองออกมา
  • ใบส้มแขก เป็นใบเดี่ยวออกตรงข้ามเป็นคู่ ใบใหญ่ผิวเรียบเป็นมัน ใบอ่อนมีสีน้ำตาลอมแดง ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม ยาวประมาณ 10-20 เซนติเมตร กว้างประมาณ 4-5 เซนติเมตร โดยใบแห้งจะมีสีน้ำตาล

ดอกส้มแขก ออกตามปลายยอด ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ ด้านในสีแดง ด้านนอกมีสีเขียว มีเกสรเพศผู้เรียงอยู่บนฐานรองดอก ส่วนดอกเพศเมียเป็นดอกเดี่ยวแทงออกจากปลายกิ่ง มีขนาดเล็กกว่าดอกเพศผู้ รังไข่มีรูปทรงกระบอก

ผลส้มแขก ลักษณะของผลส้มแขกเป็นผลเดี่ยว ผิวเรียบสีเขียว เมื่อแก่จัดจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแก่ มีขนาดใกล้เคียงกับผลกระท้อน เปลือกผลเป็นร่องตามแนวขั้วไปยังปลายผล มีประมาณ 8-10 ร่อง ที่ขั้วมีกลีบเลี้ยงติดอยู่ 2 ชั้น ชั้นละ 4 กลีบ เนื้อแข็งมีรสเปรี้ยวจัด ในผลมีเมล็ดแข็ง 2-3 เมล็ด

ผลส้มแขกมีรสเปรี้ยว นิยมนำมาปรุงอาหาร เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มเนื้อ ต้มปลา เพื่อให้มีรสเปรี้ยว หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน ทำเป็นเครื่องดื่มลดความอ้วน โดยการรับประทานส้มแขกในระยะแรกอาจจะทำให้รู้สึกหิวบ่อยมากขึ้น เนื่องจากไปเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร โดยร่างกายจะค่อย ๆ ปรับตัวไปเอง ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลาประมาณ 1-2 อาทิตย์ ระหว่างนี้ก็ให้ดื่มน้ำมาก ๆ หากรับประทานไปนาน ๆ ก็จะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้รู้สึกไม่หิวได้ และเมื่อหยุดรับประทานส้มแขก ร่างกายจึงไม่กลับมาอ้วนอีกแน่นอน และที่สำคัญก็คือไม่เป็นอันตรายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาวิทยา มหาวิทยาลัยมหิดล ได้ประเมินผลและพบว่า ไม่มีการเปลี่ยนของหน้าที่ของตับและไต รวมไปถึงระดับน้ำตาลในเลือดและความดันเลือดก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงเช่นกัน

ส้มแขก มีสารสำคัญที่มีชื่อว่า Hydroxycitric Acid หรือเรียกสั้น ๆว่า “HCA” ซึ่งเป็นสารที่มีคุณสมบัติช่วยยับยั้งเอนไซม์ในกระบวนการสร้างไขมันจากการบริโภคอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตสูง นอกจากนี้ยังมีกรดอินทรีย์อื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น กรดซิตริก (Citric Acid), กรดโดคีคาโนอิค (Dodecanoic Acid), กรดออกตาดีคาโนอิค (Octadecanoic acid) และกรดเพนตาดีคาโนอิค (Pentadecanoic acid)

ส้มแขกแคปซูล

ในปัจจุบันส้มแขกได้มีการนำไปสกัดทำเป็นผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนัก ลดความอ้วน หลายรูปแบบ เช่น แบบผง แบบเม็ด ชาส้มแขก ส้มแขกแคปซูล โดยจะมีขนาดตั้งแต่ 300-600 มิลลิกรัม และจะมีเนื้อส้มแขกประมาณ 250-500 มิลลิกรัม และมีปริมาณ HCA ประมาณ 60-70% โดยจะแตกต่างกับส้มแขกบดแห้งบรรจุแคปซูลธรรมดาที่ไม่ได้ผ่านการสกัด ซึ่งจะมีปริมาณของ HCA เพียง 30% เท่านั้น โดยวิธีการรับประทาน สารสกัดส้มแขก ให้รับประทานก่อนอาหารประมาณ 1 ชั่วโมงครั้งละ 1,000-1,200 มิลลิกรัม (ถ้าเม็ดละ 300 mg. ก็ใช้ 3-4 เม็ด) วันละ 3 ครั้งจะช่วยทำให้ยาดูดซึมได้ดีที่สุด

สรรพคุณของส้มแขก

  1. ช่วยแก้อาการไอ (ดอก)
  2. ใช้เป็นยาขับเสมหะ (ดอก)
  3. ผลแก่นำมาใช้ทำเป็นชาลดความดันได้ หรือจะใช้ดอกก็ได้ (ผลแก่, ดอก)
  4. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ด้วยการใช้ดอกตัวผู้แห้งต้มกับน้ำ (อัตราส่วน 7 ดอก : น้ำ 1 ลิตร) เติมน้ำครั้งที่สองใส่ดอก 3 ดอกต่อน้ำ 1 ลิตร โดยไม่ต้องทิ้งดอกที่ต้มในครั้งแรก แล้วนำมาดื่ม (ดอกตัวผู้)
  5. ใช้เป็นยาสมุนไพรช่วยฟอกโลหิต
  1. ใช้ทำเป็นยาแก้กระษัย ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรากมังคุดและรากจูบู (ราก)
  2. ตำรายาพื้นบ้านใช้ส้มแขกทำเป็นยาบรรเทาอาการปวดท้องในสตรีมีครรภ์
  3. ส้มแขกมีสรรพคุณใช้เป็นยาระบายอ่อน ๆ
  4. ใบสดน้ำมารับประทานช่วยแก้อาการท้องผูก (ใบ)
  5. มีฤทธิ์เป็นยาขับปัสสาวะ
  6. รากใช้ทำเป็นยารักษานิ่ว ด้วยการนำมาตากแห้งแล้วต้มกับน้ำผสมกับรากมังคุดและรากจูบู (ราก)
  7. ผลส้มแขกมีสรรพคุณช่วยลดความอยากอาหาร ความรู้สึกหิวอาหาร
  8. ช่วยเร่งระบบการเผาผลาญอาหาร
  9. ช่วยดักจับแป้งและไขมันจากอาหารที่รับประทานเข้าไป
  10. สารสกัดจากส้มแขกช่วยทำให้ลำไส้เกิดการเคลื่อนไหวตัวได้เร็วขึ้นและขับไขมันออกมา
  11. ส้มแขกลดน้ําหนัก เนื่องจากผลส้มแขกมีกรดมีกรดไฮดรอกซีซิตริก (HCA) มีสรรพคุณในการช่วยลดน้ำหนักและช่วยลดไขมันส่วนเกินของร่างกายได้
  12. มีคุณสมบัติช่วยสกัดกั้นการเปลี่ยนแปลงของคาร์โบไฮเดรต (อาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล) ไม่ให้เปลี่ยนเป็นไขมันสะสมตามร่างกายได้ แต่จะนำไปเป็นพลังงานให้ร่างกาย ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลีย
  13. ส้มแขกลดความอ้วน ช่วยกระตุ้นให้มีการดึงเอาไขมันที่สะสมในร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายลดน้อยลง ซึ่งจะทำให้ร่างกายมีน้ำหนักลดลงอย่างช้า ๆ ประมาณ 1 กิโลกรัมภายใน 3-4 อาทิตย์

ประโยชน์ของส้มแขก

  1. ใบแก่นำมาทำเป็นชาได้ แต่จะมีกลิ่นเหม็นเขียว (ใบแก่)
  2. ใบอ่อนส้มแขกใช้รองนึ่งปลา (ใบอ่อน)
  3. ประโยชน์ส้มแขก ผลสดใช้ทำแกงส้ม
  4. ประโยชน์ของส้มแขก ผลใช้ปรุงรสอาหารด้วยการนำมาผ่าเป็นชิ้นเล็ก ๆ เอาเยื่อและเมล็ดออก นำมาตากแห้งแล้วนำมาใช้ปรุงรสอาหารให้มีรสเปรี้ยว เช่น แกงส้ม แกงเลียง ต้มปลา ต้มเนื้อ แกงส้ม หรือใช้ทำน้ำแกงขนมจีน เป็นต้น หรือจะใช้ใบแทนผลก็ให้รสเปรี้ยวได้เช่นกัน (ผล, ใบ)
  5. มีการใช้ใบแก่ของส้มแขกมาผสมกับยางพารา เพื่อใช้ทำปฏิกิริยาให้น้ำยางพาราแข็งตัวเร็วขึ้น ด้วยการใช้ใบแก่ประมาณ 2 กิโลกรัมผสมกับน้ำ 10 ลิตรแล้วทิ้งไว้ประมาณ 1 อาทิตย์แล้วค่อยนำมาผสมกับยางพารา (ใบแก่)
  6. ลำต้นส้มแขกแก่ ๆ (อายุเกิน 30 ปีขึ้นไป) สามารถนำมาใช้ทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ หรือทำเป็นไม้แปรรูปใช้ในการก่อสร้างได้ (ลำต้น)
  7. มีการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างหลากหลาย เช่น ชาส้มแขก น้ำส้มแขก ส้มแขกกวน แคปซูลส้มแขก ฯลฯ

อ่านบทความอื่นเพิ่มเติม : อาหารเพื่อสุขภาพ , อัพเดจข่าวฟุตบอล

เกมน่าสนุกได้เงิน : PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT , PG SLOT

สนับสนุนโดย : SLOTXO,UFABET,UFABET ,UFABET,UFABET, sa gaming , ราคาบอล,slotxo

สรรพคุณและประโยชน์ของบร็อคโคลี่

สรรพคุณและประโยชน์ของบร็อคโคลี่

สรรพคุณและประโยชน์ของบร็อคโคลี่ ต้นบร็อคโคลี่…